ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
    ข่าวการแพทย์แผนไทย
    ลิงค์ที่น่าสนใจ
     ธรรมะออนไลน์
     www.morkeaw.net
    หมายเลขพ้สดุและสถานะการส่ง
    ตรวจสอบสถานะEMSและส่งลงทะเบียน
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 10
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 51
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,018,498
25 พฤษภาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30  31     
             
    สุขภาพและความงาม
มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว
[20 กันยายน 2553 12:48 น.]จำนวนผู้เข้าชม 10000 คน

มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว

       ใครๆ ต่างสนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น บางคนพยายามเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้มา ไม่ว่าจะอยู่ซอกมุมไหนของโลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา นั่นคือ

น้ำมันมะพร้าว มีผู้ค้นพบว่ามีประโยชน์สูงมากในหลายๆ ด้าน อรการ กาคำ รายงานถึงคุณูปการของมะพร้าวที่สามารถทำออกมาได้หลากหลายผลิตภัณฑ์ และยังมีสรรพคุณที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย

        สมัยเด็กๆ เคยเห็นย่าเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวไว้ทาผิว ทาผม ยิ่งตอนหน้าหนาวเขาจะเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวใส่ชามอะลูมิเนียม ไม่รู้ว่าย่าเคี่ยวยังไงน้ำมันมะพร้าวจึงมีสีใส

        หน้าหนาวทางเหนืออากาศจะหนาวมาก น้ำมันมะพร้าวจะแข็งตัวเป็นสีขาว หลังจากอาบน้ำย่าก็จะใช้ช้อนเล็กๆ ตักขึ้นมาถูกับมือทั้งสองข้าง เพื่อให้น้ำมันมะพร้าววละลายกลายเป็นน้ำมัน วิธีการถูของย่าถ้าจะพูดให้กระแดะๆ ตามฝรั่งหน่อย ก็คือ การวอร์มอัพนั่นเอง

        สิ่งที่เกลียดในตอนนั้น ก็คือ นอกจากคุณย่าจะชะโลมน้ำมันมะพร้าวที่แขน ขา หน้า และผมแล้ว ถ้าฉันอยู่ใกล้ๆ ก็จะพลอยโดนชะโลมน้ำมันมะพร้าวไปด้วย ถึงเวลานั้นพวกเด็กๆ อย่างเราต้องรีบโกยไปไกลๆ เพราะไม่ชอบกลิ่นของมัน

        แต่เมื่อถึงวันนี้ ย่าเสียชีวิตไปพร้อมๆ กับการเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวที่เราไม่เคยใส่ใจ ความทรงจำเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวก็ได้ขาดหายไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ยังจำได้แม่น คือ แม้ย่าจะแก่แล้ว แต่ผมของท่านยังดกดำเป็นเงางามไม่มีสีขาวเลยสักเส้น...

        วันนี้เราได้รู้จักน้ำมันมะพร้าวอีกครั้งผ่านกลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติ โดยคุณ คมสัน หุตะแพทย์ บรรณาธิการวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ  เขายกให้น้ำมันมะพร้าวเป็นสิ่ง       มหัศจรรย์ พร้อมยื่นน้ำมันมะพร้าวให้มาทดลองหนึ่งขวด สิ่งหนึ่งที่จำได้แม่น คือ มีฝรั่งสงสัยว่าชาวเกาะทำไมผิวสวย ผมสวย ทั้งที่เสื้อผ้าแทบไม่ใส่แดดร้อนเปรี้ยงๆ พอเข้าไปดูที่เกาะ พบว่า มีแต่ต้นมะพร้าว พวกชาวเกาะใช้น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหาร ทาตัว ทาผม ทำให้ฝรั่งสนใจนำมาทดสอบจึงรู้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีวิตามิน ป้องกันแสงยูวีได้ด้วย เราก็เลยหิ้วน้ำมันมะพร้าวขวดนั้นไปทดลองใช้ที่ชายหาดเกาะนางยวน ชนิดปราศจากโลชั่นกันแดด ผลปรากฏว่า สีผิวไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก

หรือนี่เป็นเพราะความมหัศจรรย์ของน้ำมันมะพร้าว

สาเหตุที่น้ำมันมะพร้าวหายไปจากคนไทย

        ครั้งหนึ่งองค์การอนามัยโลก ได้ออกมารณรงค์เรื่องไขมันอุดตันในเส้นเลือด ต้นเหตุของโรคหัวใจ เนื่องจากมีคอเรสเทอรอลมากโดยพุ่งเป้าไปที่การบริโภคน้ำมันมมะพร้าว น้ำมันจากสัตว์ ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัว (เจออากาศเย็นกว่า 20 องศาจะแข็งหรือเป็นไข) มีคอเรสเทอรอลสูง  ในตะวันตกพบว่ามีคนเสียชีวิต เพราะโรคหัวใจสูง จึงมีรณรงค์ลดบริโภคน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัว

        ครั้งหนึ่งในบ้านเราก็มีการต่อสู้ทางความเชื่อระหว่างคนสองรุ่นที่คนรุ่นเก่ายังนิยมเจียวกากหมูหอมกรุ่น กับคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาบอกว่า คอเรสเทอรอลสูง ต่อมาเวลาผ่านไป 20 ปีวัฒนธรรมการกินน้ำมันหมูกับน้ำมันมะพร้าวก็หายไป ปัจจุบันคนไทยในชนบทจึงเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวไม่เป็นแล้ว

         สมัยก่อนทางเหนือของประเทศไทย ชาวไทยใหญ่ทำน้ำมันงาใช้เอง โดยผลิตเครื่องมือใช้แรงของวัวเป็นตัวลาก คนจีนในกรุงเทพฯผลิตน้ำมันถั่วลิสงแบบสกรูเพลสใช้เอง พอได้รับอิทธิพลจากน้ำมันพืชต่างๆ สิ่งเหล่านี้ก็หายไป บริโภคน้ำมันจากโรงงานแทน ส่วนหนึ่งก็คือกลัวเรื่องคอเลสเทอรอลนั่นเอง

         อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า การบริโภคน้ำมันมะพร้าวมากๆ นั้น อาจจะไม่ใช่ปัญหาของการเพิ่มขึ้นของคอเรสเทอรอลในร่างกายก็ได้ อย่างเช่น ในฟิลิปปินส์และคนอินเดีย ยังบริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารปกติ แต่อัตราของคนสองประเทศนี้ที่เป็นโรคหัวใจ ก็ไม่ได้สูงกว่าชาวเมริกันที่บริโภคน้ำมันถั่วเหลือง

        ความจริงคนไทยในอดีตไม่กินน้ำมันมากเหมือนทุกวันนี้ แต่ที่เราบริโภคกันมากล้วนนำวัฒนธรรมการกินมาจากตะวันตก มีอาหารประเภททอดเข้ามา คนไทยในอดีตใช้น้ำมันน้อยมาก เช่น ปลาก็จะไม่ทอด จะปิ้งหรือย่างแทน ไก่ย่าง ไก่ปิ้ง ถึงจะกินน้ำมันก็จะะควบคู่กับผักต่างๆ เช่น มะเขือเปาะ มะเขือพวง ถ้ากินอาหารประเภทกะทิ ผักพื้นบ้านจะมีคุณสมบัติในการดูดซับไขมันส่วนเกิน จะไม่สะสมในร่างกายจนทำให้เกิดโรค

        คมสัน บรรณาธิการวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ  แนะนำว่า วันหนึ่งเราควรกินน้ำมันประมาณ 2-3 ช้อนชาเท่านั้น และไม่ควรกินน้ำมันชนิดเดียว เพราะน้ำมันแต่ละชนิดเหมาะกับวิธีการปรุงอาหารไม่เหมือนกัน น้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันปาล์มเหมาะแก่การใช้ความร้อนสูง เพราะไม่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ แต่ถ้าเป็นน้ำมันถั่วเหลือง ใส่ในแกงได้ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันรำข้าว ทอดไข่เจียว ผัดผักได้ ดังนั้น น้ำมันแต่ละชนิดเหมาะกับความร้อนที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน

อเมริกันตื่นตัวน้ำมันมะพร้าว

         "หากเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตของอเมริกาจะพบน้ำมันมะพร้าวเป็นกระปุก เพราะอากาศเย็น น้ำมันมะพร้าวจะแข็งคล้ายๆ ครีมหรือเนย ขายแพงมาก นำเข้าจากฟิลิปปินส์ หรือหมู่เกาะฟิจิ 500 กรัม ขายในราคาพันกว่าบาท น้ำมันครึ่งกิโลกรัมในเมืองไทยจะมีต้นทุนประมาณ 50 บาท" คมสัน ให้ข้อมูล

       กระแสเห่อน้ำมันมะพร้าว เริ่มต้นจากนักวิจัยชาวอเมริกันคนหนึ่งศึกษาและเขียนหนังสือเกี่ยวกับ 'ความมหัศจรรย์ของน้ำมันมะพร้าว' (Miracle of Coconut Oil) ศึกษาตั้งแต่เรื่องสารอาหารที่มีอยู่ในนั้น แนะนำให้กินในชีวิตประจำวัน โดยมีการตั้งคำถามกับชาวอเมริกัน ว่า ทำไมชาวเกาะที่มีแต่ต้นมะพร้าว และกินน้ำมันมะพร้าวเป็นหลัก ถึงสุขภาพดี ไม่เป็นมะเร็ง ไม่เป็นโรคหัวใจ ทำไมผิวพรรณคนพวกนี้ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำไป ถูกแดดทั้งวัน แต่ทำไมผิวดีกว่าคนในอเมริกา ดีกว่าคนในยุโรป เส้นผมของคนพวกนี้เดี๋ยวก็กระโจนลงน้ำทะเล ถูกแดด ถูกลม ทำไมเส้นผมถึงเงางามกว่าคนในเมือง ผลการวิจัยพบว่าชาวเกาะใช้น้ำมันมะพร้าวในชีวิตประจำวัน นำมาบริโภค ใช้ทาผิว ทาผม

        ทุกวันนี้ชาวอเมริกันจึงตื่นตัว และหันมาใช้น้ำมันมะพร้าวมากขึ้น มีการนำเข้าน้ำมันมะพร้าวจากประเทศฟิลิปปินส์ และคนไทยเมื่อไปอเมริกาและยุโรปเห็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จึงทำส่งไปขายบ้าง ขวดขนาด 200 ซีซี ขาย 250 บาท แต่ยังมีผู้ผลิตบางรายขายถูกขวดละประมาณ 80-100 บาท

        "น้ำมันมะพร้าว เมื่อใช้ทาผิวจะเต่งตึงนุ่มนวล ลดรอยหยาบกร้านบนใบหน้า ทาก่อนนอน ตีนการอยยับ หรือเวลาออกแดดไปตีกอล์ฟ หน้าแพ้แดดขึ้นขุย ทา 3 วัน ผิวจะดีเหมือนเดิม ถ้าเอามาชะโลมเส้นผม ผมจะดำขึ้น เป็นเงางามมีน้ำหนัก คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวจะดูดซึมเร็วมาก อาจจะมีกลิ่นของมะพร้าวบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุ์มะพร้าว" คมสัน ให้ข้อมูล

        ขณะนี้น้ำมันมะพร้าวกำลังแพร่หลายในเมืองไทยอยู่พอสมควร ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในต่างจังหวัดชอบมาก เพราะได้ใช้น้ำมันมะพร้าวแบบที่เคยใช้ในอดีตอีกครั้ง

         "จุดประสงค์คือ อยากให้คนไทยทำเองใช้เองในครัวเรือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา" คมสัน กล่าวและว่า "ผมจึงไปศึกษา พบว่า คนไทยไม่รู้จักวิธีการผลิตเลย ลองไปเคี่ยวดู ก็จะได้น้ำมันมะพร้าวสีเหลืองๆ กลิ่นเหม็นหืน ไม่ซึมเข้าผิว เหนียวเหนอะหนะ เพราะโครงสร้างทางโมเลกุลเปลี่ยน เกลือแร่วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินอี สารที่มีประโยชน์หมดไปกับความร้อน ผมจึงพยายามศึกษา จนไปต่างประเทศเจอหนังสือ เข้าไปในเวบไซต์ต่างๆ ของอินเดีย พบว่า ชาวบ้านในอินเดีย และฟิลิปปินส์ ใช้วิธีการหมักน้ำกะทิ แบบสภาพไร้อากาศ ก็เลยลองเอามะพร้าวมาขูด คั้นน้ำกะทิ ใส่ขวดปิดพลาสติกแบบไร้อากาศทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง ทำออกมาครั้งแรกก็ได้เลย น้ำมันจะลอยขึ้นมา" คมสัน เล่า

         บรรณาธิการวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ เชื่อว่า ถ้านักวิชาการไทยศึกษา คิดค้น น่าจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวมีคุณภาพมากขึ้น และน่าช่วยเศรษฐกิจของชาติได้ด้วย เพราะมะพร้าวเป็นพืชคู่บ้านคู่เมืองของไทยมานาน ชาวต่างชาติยังวิจัยได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีต้นมะพร้าวสักต้น

         คุณูปการของมะพร้าวนั้น ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่เรากล่าวถึง แต่สิ่งที่อาจจะเป็นนวัตกรรมใหม่ของมนุษยชาติในศตวรรษนี้ ก็คือ การเป็นบ่อเกิดของไบโอดีเซล และมะพร้าวเป็นตัวหนึ่งที่สามารถผลิตน้ำมันได้ดี ด้วยการนำน้ำมันมะพร้าวผสมกับเอทานอลและโซดาไฟ หมักไว้แค่ 48 ชั่วโมง ใช้เติมแทนน้ำมันดีเซลได้

        สมัยก่อนก็ใช้น้ำมันมะพร้าวจุดให้แสงสว่างได้ด้วย แต่คนไทยปัจจุบันยังไม่สนใจเรื่องน้ำมันแพงเท่าไหร่ เพราะยังมีเงินเติมน้ำมันอยู่ไม่เดือดร้อนอะไร จึงไม่ค่อยได้คิดค้นไว้เพื่ออนาคต จนกว่าน้ำมันจะหมดไปจากโลกแล้วจริงๆ

ความงามจากน้ำมันมะพร้าว

        น้ำมันมะพร้าวยังพิเศษสำหรับเรื่องความงาม ทาผม ทาผิว มีวิธีการผลิตที่ง่ายสะดวกราคาประหยัดทุกคนสามารถทำได้ คุณสมบัติก็ดีกว่าน้ำมันในโรงงาน นอกจากนั้น น้ำมะพร้าวดื่มแล้ว ยังดีต่อสุขภาพ จาวมะพร้าวก็อร่อย ยอดมะพร้าวทำกับข้าวทั้งต้มแกงผัดอร่อย น้ำมะพร้าวดื่ม แก้ไข้ แก้ท้องเดิน แก้กระหายน้ำ ให้แรงให้พลังงาน แก้อ่อนเพลีย บำรุงครรภ์ น้ำมะพร้าวจากผลมะพร้าวสีแดงจะแก้กระษัย ทำเป็นยาได้ดี ตำราอินเดียบอกว่าน้ำมะพร้าวใช้ดื่มแก้ไข้ แก้ปัสสาวะผิดปกติ ชำระเลือดให้บริสุทธิ์ น้ำมะพร้าวจะนำมาทาแก้ผมร่วง แก้ศีรษะล้าน แก้ไฟไหม้

เห็นไหมว่ามะพร้าวมหัศจรรย์ขนาดไหน?

         สำหรับคุณสุภาพสตรีที่รักสวยรักงาม สามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาช่วยให้ผิวพรรณดูดี เช่น ก่อนนอนใช้สำลีชุบน้ำมะพร้าวทาตรงที่มีริ้วรอย เพราะวิตามินอีจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ เวลาโดนแดด โดนความร้อนเซลล์จะเสื่อม ขาดความชุ่มชื้น เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างดี มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อ เม็ดผดผื่นคันต่างๆ ไม่มีสิว ทำให้หน้าขาว แต่ถ้าเป็นฝ้าต้องใช้มะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้ง คนผิวแห้งใช้ผสมกับนมสด ขยำให้เป็นครีมทาทิ้งไว้ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด คนที่มีฝ้าก็จะฝานหัวไชเท้าบางๆ แปะที่ใบหน้า 10 นาที (หรือจะนำหัวไชเท้าไปปั่น ผสมกับรำข้าวละเอียด หรือดินสอพองป้องกันการแสบร้อนของผิวได้) รู้สึกแสบนิดๆ ทำให้เลือดหมุนเวียนดี ล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือจะใช้แตงกวาแทนหัวไชเท้าก็ได้ ก่อนเข้านอนใช้สำลีชุบน้ำมะพร้าวทาให้ทั่วใบหน้า เป็นการล้างหน้า ปรับสภาพผิว ปกป้องผิว 3 ขั้นตอนครบถ้วน

        ส่วนผิวพรรณทั่วไปจะใช้ครีมทา เอาน้ำมันมะพร้าวผสมกับขี้ผึ้ง โดยเอาขี้ผึ้งอุ่นร้อนๆ แล้วเอาน้ำมันมะพร้าวเทลงไป ทาบริเวณข้อศอกที่แตกด้าน ขี้ผึ้งจะช่วยสมานผิวให้นุ่มนวล น้ำมะพร้าวจะทำให้ผิวนุ่มนวล ประสานรอยแตกย่น

         ผม ต้องใช้น้ำมะพร้าวหมัก โดยนำน้ำมะพร้าวไปอุ่น ในชามร้อนๆ เอาน้ำมะพร้าวใส่ในภาชนะที่เล็กกว่า อย่านำไปตั้งไฟโดยตรง ชะโลมผม ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสระออก ใช้ยาสระผมธรรมชาติ เช่น ทำจากมะกรูด เสร็จแล้วก็ชะโลมด้วยน้ำมันมะพร้าว ช่วยบำรุงหนังศีรษะ

         ใบหน้า เส้นผม ใช้เคมีมาเยอะถ้าต้องปรับให้เลิกใช้พวกเคมีไปเลย เพียงแค่ 1 เดือนสภาพต่างๆ จะคืนกลับมาดีขึ้น แทบจะไม่มีผลข้างเคียงเลย ผมบางคนอาจจะทาแล้วรู้สึกเยิ้ม เพราะผมมัน อาจจะต้องใช้น้อยหน่อย อาจจะใช้น้ำมะนาวล้างผมก่อน ถ้าเส้นผมปรับสภาพได้แล้วธรรมชาติของหนังศีรษะจะสั่งปล่อยน้ำมันออกมาพอประมาณ ทำให้ผมดำขึ้น มันเป็นเงางามมีน้ำหนัก

        สำหรับคนที่แต่งหน้าจัดๆ ไปทำงาน คลีนเซอร์อย่างดี ก็คือ ใช้น้ำมันมะพร้าวชุบสำลีเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนแล้วค่อยไปล้างหน้า จะมีตัวแอนตี้ไวรัส เชื้อโรคต่างๆ ก็สามารถล้างออกได้ เป็นแนเชอรัลบิวตี้อย่างดี

         ในส่วนของเกษตรธรรมชาติที่คมสัน ดูแลอยู่นั้น ได้มีการจัดหลักสูตรการทำสบู่ธรรมชาติ (เช่น สบู่จากนมแพะฟองนุ่มนวล, สบู่น้ำมันงา ฯลฯ ) สกัดน้ำมันพืชโดยธรรมชาติ เช่น มะพร้าว, งา, ถั่ว แบบเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น เวอร์จิ้นออยล์ สอนวิธีการทำแชมพูธรรมชาติ การสกัดน้ำมันหอมละเหย ฯลฯ โดยที่ไม่ใช้สารเคมีเลย ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าอุปกรณ์และอาหารประมาณ 1,000 บาท หรือ 800-900 บาท

          "เพราะที่นี่ต้องการให้ประชาชนลดการใช้สารเคมีทุกอย่างทั้งในผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ เน้นการพึ่งตนเอง เน้นผู้ผลิตรายย่อย เกษตรกรเล็กๆ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน" คมสัน กล่าว

        ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวจึงน่าจะเป็นลู่ทางสำหรับอนาคตของที่ต้องการจะลงทุน ส่วนคนที่อยากจะใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ น้ำมันมะพร้าวน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความพึงใจให้กับทุกๆ คนได้

 

สุขภาพและความงาม
- เมื่อร่างกายต้องการมะพร้าว [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- เคล็ดลับพัฒนาความจำ [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- เคล็ดลับช่วยจำและวิธีบริหารสมอง [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- วิธีเลือกใช้แผ่นกัวซาแต่ละประเภท [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- แกว่งแขน...กายบริหารแบบง่ายๆ ช่วยรักษาโรค [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- เรื่องของสิว เป็นเรื่องจิ๋วๆ [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- "หม่าเล่า" หินแห่งโชคลาภและสุขภาพ [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- สิว หายได้ด้วยกัวซาหยก [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- มณีเวช การบริหารเพื่อจัดโครงสร้างร่างกาย [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
- น้ำมันรำข้าวรักษาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ [20 กันยายน 2553 12:48 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 2

โห..คุณสมบัติเยอะจริงๆ...อ่านแล้วเกิดอาการอยากทดลองมากๆ โดยเฉพาะกับเส้นผม เพราะทำสีผมบ่อยๆ ค่ะ
ชื่อ : เล็ก    วันที่ : 27 กุมภาพันธ์ 2554 10:44 น.
IP : 61.7.249.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
ชื่อ : เยี่ยมไปเลยครับ จะลองไปทดลองทำดูนะครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ   E-mail : sang_wong_clash@hotmail.com    วันที่ : 16 พฤษภาคม 2557 04:10 น.
IP : 49.230.142.XXX

ข้อควรปฎิบัติในการแสดงความคิดเห็น
  • ไม่โพสคำหยาบ
  • ไม่พาดพิงผู้อื่นในทางเสียหาย
  • ไม่พาดพิงถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของชาวไทย
หากตรวจพบจะทำการลบข้อความนั้นๆ ทิ้งทันที
  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by healthythaiherbs.com


นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
Engine by MAKEWEBEASY